หลับให้สบาย เพื่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตหลับให้สบายเพื่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต

            การนอนหลับ คือการพักผ่อนที่วิเศษที่สุดของคนเรา คงไม่มีใครปฏิเสธว่าคืนไหนนอนหลับสบาย ตื่น ตอนเช้าจะเห็นโลกสวยงาม สดชื่นแจ่มใส มีความสุข ตรงกันข้าม การนอนไม่หลับ คือสิ่งที่แย่ที่สุด เพราะร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอตอนเช้าก็จะอยู่ในสภาพที่ไม่น่าดู หน้าตายับยู่ยี่ อ่อนเพลีย อิดโรย หงุดหงิด อารมณ์ไม่ดี ไม่มีสมาธิ สุขภาพจิตเสีย ส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน
ถ้าหากคุณกำลังเป็นคนหนึ่งในคนที่นอนไม่หลับ มาหาวิธีแก้ไขกันเถอะค่ะ อันดับแรกเลย ห้องนอนจะต้องมีอากาศถ่ายเทสะดวก อุณหภูมิพอเหมาะ ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป คุณ จะต้องงดเครื่องกระตุ้นร่างกายประเภทชา กาแฟ โดยเปลี่ยนไปดื่มนมอุ่น ๆ หรือชาคาโมไมล์ ก่อนเข้านอน จะช่วยให้คุณหลับง่ายและหลับสบายฝึกเข้านอนและตื่นให้เป็นเวลา เพื่อเป็นการปรับเวลาของร่างกายให้เคยชิน เมื่อถึงเวลาคุณจะได้ง่วงและหลับสบายสร้าง

            บรรยากาศให้สบายในห้องนอน ด้วยการเปิดเพลงเบา ๆ แนวเพลงที่เปิดควรเป็นเพลงบรรเลงช้า ๆ เพลงหวาน ๆ เพลงคลาสสิค ก็จะทำให้คุณรู้สึกมีความสุข หลับสบายได้ฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อและกดจุดชีพจร ที่สำคัญที่ทำให้ง่วงและหลับง่ายบริเวณหน้าผาก ท้ายทอย และใต้สะดือ เห็นแล้วใช่ไหมคะ ว่าการหลับไม่หลับนั้นมีวิธีแก้ไขที่ไม่ยากเกิดไป แต่ถ้าหากว่าคุณปฏิบัติแล้วก็ยังนอนไม่หลับติดต่อกันเกิน 1 สัปดาห์ ก็ควรจะไปปรึกษาแพทย์แล้วนะคะอย่าทิ้งไว้เด็ดขาด จะทำให้เป็นปัญหาเรื้อรัง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต

            การที่บุคคลจะดำรงชีวิตได้อย่างสมบูรณ์พูนสุขนั้น องค์ประกอบหนึ่งก็คือ การรู้จักสร้างเสริมสุขภาพของตนเอง ด้วยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี รู้จักป้องกันโรค รับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ รู้จักเลือกอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่นที่ต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ การรักษาสุขภาพกายและสุขภาพจิต วิธีการจัดการกับอารมณ์และความเครียด รวมทั้งรู้จักสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายด้วยการออกกำลังกาย เล่นกีฬา นันทนาการ การพักผ่อน ทั้งนี้เพื่อการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี

1. สุขภากาย  หมายถึง สภาวะของร่างกายที่มีความสมบูรณ์  แข็งแรง  เจริญเติบโตอย่างปกติ  ระบบต่างๆ
ของร่างกายสามารถทำงานได้เป็นปกติและมีประสิทธิภาพ  ร่างกายมีความต้านทานโรคได้ดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและความทุพพลภาพ
2. สุขภาพจิต  หมายถึง  สภาวะของจิตใจที่มีความสดชื่น แจ่มใส สมารถควบคุมอารมณ์ให้มั่นคงเป็นปกติ สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสิ่งแวดล้อมต่างๆ  ได้ดี  สามารถเผชิญกับปัญหาต่างๆได้เป็นอย่างดีและปราศจากความขัดแย้งหรือความสับสนภายในจิตใจ

คำสำคัญของสุขภาพกายและสุขภาพจิต


สุขภาพกายและสุขภาพจิตเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับทุกชีวิตการที่จะดำรง ชีวิตอยู่อย่างปกติก็คือ  การทำให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์  จิตใจมีความสุข  ความพอใจ  ความสมหวังทั้งตนเองและผู้อื่น ผู้ที่มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีจะปฏิบัติหน้าที่ประจำวันไม่ว่าเป็นการ เรียนหรือ การทำงานเป็นไปด้วยดี มีประสิทธิภาพการที่เรารู้สึกว่า ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเรามีความปกติและสมบูรณ์ดี  เราก็จะมีความสุขในทางตรงข้าม ถ้าสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเราผิดปกติหรือไม่สมบูรณ์  เราก็จะมีความทุกขรรู้จักบำรุงรักษาและส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิตเป็น สิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตของทุกคนในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับว่า  การรู้จักดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะช่วยให้ชีวิต อบยู่ได้ด้วยความสุขสมบูรณ์และมีคุณภาพที่ดี
ลักษณะของผู้ที่มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี

        ผู้ที่มีสุขภาพกายดีจะมีลักษณะดังนี้.


1.การเจริญเติบโตทางด้านร่างกายที่สมวัย มีน้ำหนักและส่วนสูงเป็นไปตาม เกณฑ์อาย
2.มีขนาดร่างกายสมส่วน คือ มีน้ำหนักและส่วนสูงที่ไดสัดส่วนกัน
3.กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ มีความแข็งแรง ลุก – นั่งได้หลายครั้ง ดึงข้อได้หลายครั้ง
4.ความอดทนของระบบหายใจและระบบไหลเวียนโลหิตที่ดี
5.ความอ่อนตัวที่ดี
6.ความคล่องแคล่วในการเคลื่อนไหว
7.ความอยากรับประทานอาหารและอยากรับประทานมากๆ ไม่เบื่ออาหาร
8.มีร่างกายแข็งแรง
9.มีภูมิต้านทานโรคดี และไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ไม่พิการหรือผิดปกติอื่นๆ
10.พักผ่อนนอนได้เป็นปกติ

ลักษณะผู้ที่มีสุขภาพจิตที่ดี


การที่จะบอกได้ว่าบุคคลใดมีสุขภาพจิตดีหรือไม่นั้นต้องสนิทหรือรู้จักกับบุคคลนั้นพอสมควร  ถ้ารู้กันเพียงผิวเผินคงบอกได้ยาก  ลักษณะของผู้ที่มีสุขภาพจิตที่ดี มีดังนี้.

1.ไม่เป็นโรคจิต  โรคประสาท
2 สามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้
3.มีสัมพันธ์ภาพที่ดีกับบุคคลอื่นๆ
4.มีชีวิตมั่นคง ไม่จัดแย้ง เมื่อที่ใดก็มีความสุข ความสบายใจ
5.ยอมรับความเป็นจริงเกี่ยวกับตนเอง  เข้าใจความแตกต่างระหว่างบุคคล
6.ยอมรับข้อบกพร่องของตนเอง  ให้อภัยข้อบกพร่องข้อคนอื่น
7.มีความรับผิดชอบ
8.มีความพึงพอใจกับงานและผลงานของตนเอง  พอใจที่จะเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ
9.แก้ไขความไม่สบายใจ ความคับข้องใจ และความเครียดของตนเองได้
10.รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น  ไม่หวาดระแวงผู้อื่นเกินควร
11. มีอารมณ์มั่นคง  เป็นคนอารมณ์ดี  มีอารมณ์ขันบ้าง
12.มีความเชื่อมั่นในตนเอง
13.สามารถควบคุมความต้องการของตนเองในความเป็นแนวทางที่สังคมยอมรับ
14.แสดงออกด้วยความรู้สึกสบายๆ
15.อยู่ในโลกความเป็นจริง สามารถเผชิญกับความจริงได้

แนวทางในการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายและสมรรถภาพทางจิต


บุคคลที่มีสุขภาพทางกายและสุขภาพทางจิตที่ดีอยู่แล้วควรที่จะดำรงรักษา สมรรถภาพที่ดีเอาไว้  ส่วนบุคคลที่มีสมรรถภาพทางกายและสมรรถภาพทางจิตที่ไม่ดีก็ควรจะสร้างเสริม สมรรถภาพให้ดีขึ้น  โดยมีแนวทางในการสร้างเสริมดังนี้
แนวทางในการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย

1.รู้จักพัฒนาสมรรถภาพทางกายในแต่ละด้าน  ดังนี้

1.การสร้างเสริมความทนทานของระบบหมุนเวียนเลือด  กระทำได้โดย  วิ่ง  ว่ายน้ำ  ถีบจักรยาน  เต้นแอร์โรบิก  เป็นต้น  ต้องปฏิบัติติดต่อกันอย่างน้อย  20 – 30 นาทีต่อครั้ง  และให้วัดชีพจรหรือการเต้นของหัวใจได้ 150 – 180 ครั้งต่อนาที

2.การสร้างเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กระทำโดยการใช้น้ำหนักตัวเอง  เช่น   ดันพื้น  ดึงข้อ  บาร์เดี่ยว  บาร์คู่  และใช้อุปกรณ์พวกดัมเบล  บาร์เบล  สปริง  การปฏิบัติต้องปฏิบัติเร็ว ๆ ใช้เวลาน้อย  เช่น ในการยกดัมเบลหรือบาร์เบล ให้ยก 1 – 3 ชุด  ชุดละ 4 – 6 ครั้ง  โดยใช้เวลาพักระหว่างชุด  3 – 4 นาที

3.การสร้างเสริมความทนทานของกล้ามเนื้อ  ให้กระทำเช่นเดียวกับความแข็งแรงแต่ให้ปฏิบัติซ้ำหลายครั้ง ปฏิบัติช้าๆ  และแต่ละครั้งให้ใช้เวลานาน

4.การสร้างเสริมความยืดหยุ่นหรือความอ่อนตัว  กระทำโดยการยืดกล้ามเนื้อและการแยกข้อต่อส่วนต่างๆ เช่น  กล้ามเนื้อหัวไหล่  ยืดกล้ามเนื้อหลัง  แยกข้อต่อสะโพก เป็นต้น  ให้คงการยืดไว้ประมาณ 5 – 10 วินาที  ในการฝึกครั้งแรก และค่อยเพิ่มระยะเวลาขึ้นไห้ได้ 30 – 45 วินาที

5.การสร้างความคล่องแคล่วว่องไว  กระทำโดย  การวิ่งเร็ว  การวิ่งกลับตัว เป็นต้น

2.การสร้างสมรถภาพทางกายแต่ละครั้ง   ให้ปฏิบัติตามขั้นตอน  ดังนี้

1.การอบอุ่นร่างกาย ( Warm  Up )  โดยการวิ่งเบาๆ และบริหารข้อต่อทุกส่วนเป็นเวลาประมาณ 5 – 15 นาที
2.ปฏิบัติกิจกรรมสร้างสมรรถภาพทางกาย  โดยในแต่ละครั้งให้ปฏิบัติครอบคลุมในทุกๆ ด้าน ได้แก่  ความอดทนของระบบการหมุนเวียนเลือด  ความอดทน  และแข็งแรงของกล้ามเนื้อและความอ่อนตัว  และใน 1 สัปดาห์  ควรทำการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายอย่างน้อย 3. – 5 วัน  โดยให้ปฏิบัติวันละ  30  นาที  ถึง 1 ชั่วโมง
3.การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ( Cool Down )  หลังการปฏิบัติกิจกรมสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย  โดยทำการเคลื่อนไหวร่างกายช้าๆ เป็นเวลาประมาณ 5 – 15 นาที

ด้านกีฬาและสังคม

ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดให้การส่งเสริมกีฬาเป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งให้การสนับสนุน เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนเกิดความตื่นตัว และหันมาสนใจเล่นกีฬามากขึ้น นับเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และส่งเสริมสุขภาพกายและใจ ลดปัญหาการพึ่งพายาเสพติด และปัญหาสังคมต่าง ๆ รวมทั้ง สนับสนุนเยาวชนที่มีความสามารถด้านกีฬาให้ก้าวสู่การแข่งขันระดับนานาชาติอีกด้วย อาทิ การสนับสนุนสมาคมเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทยดำเนินโครงการ SET Star Junior Table Tennis ในการพัฒนากีฬาเทเบิลเทนนิสในประเทศไทยในปี 2557 โดยมีเป้าหมายในการเฟ้นหาเยาวชนที่มีพรสวรรค์จากทุกภูมิภาคนำมาฝึกฝน และพัฒนาให้ก้าวสู่การแข่งขันในระดับโลกผ่านการทำงาน 4 ด้าน คือ

 

1. การขยายฐาน โดยจัดการแข่งขันกระจายออกทั่วทุกภูมิภาค เพื่อขยายฐานคนเล่น และสรรหา
นักกีฬาช้างเผือก

2. การคัดนักกีฬาพรสวรรค์ เพื่อนำนักกีฬามาฝึกเป็นโครงการพิเศษเป็นการเฉพาะตัว เช่น การส่ง นักกีฬาไปฝึกซ้อมต่างประเทศ การขอรับทุนจากสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ การส่งนักกีฬา
เยาวชนไปอยู่กับสโมสรในต่างประเทศ ฯลฯ

3. การจัดการแข่งขันนานาชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนภายในประเทศมีโอกาสสัมผัสและร่วม
แข่งขันกับนานาชาติ เพื่อยกระดับฝีมือ

4. การส่งนักกีฬาไปแข่งขันทำ Ranking เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย TOP 10 ของโลก ภายใน 4 ปี

 

สำหรับการพัฒนาสังคมและส่งเสริมการเรียนรู้นั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งส่งเสริมความรู้ด้านการบริหารการเงินส่วนบุคคล การออม และการลงทุนให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยตระหนักว่าเป็นภารกิจที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องดำเนินการเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้แก่เด็ก และเยาวชนที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีพื้นฐานทางการเงินที่มั่งคงแข็งแรงในอนาคต ขณะเดียวกันการสร้างความตระหนักรู้เรื่องการบริหารการเงินและการออมแก่ผู้ลงทุนประชาชนก็เป็นสิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความสำคัญเพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเงินและการลงทุนได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้ประชาชนมีสุขภาพทางการเงินและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน เช่น โครงการเงินทองต้องวางแผน โครงการ SET Junior Financial Club (SET JFC) โครงการแข่งขันเศรษฐศาสตร์เพชรยอดมงกุฎ : เงินทอง ของมีค่า และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และโครงการปัจฉิมนิเทศ บัณฑิตยุคใหม่ ใส่ใจการเงิน

 

การสร้าง Community relation แก่ ร.ร. และชุมชนใกล้อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยสร้างสรรค์และพัฒนาศักยภาพของคนในชุมชนที่อยู่โดยรอบอาคารสำนักงานของตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้านต่างๆ ทั้ง การส่งเสริมการเรียนรู้ การบริหารจัดการทางการเงิน การออมเงิน เพื่อให้คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนมีการพัฒนาคู่กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน เช่น เชิญมาร่วมงานวันเด็กที่ตลาดหุ้น ตอน SET อาณาจักรตะลุยฝัน ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องการออม และอาชีพในฝันผ่านสถานีทำงานจำลอง และได้เยี่ยมชมห้องทำงานผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ และห้องสมุดมารวย รวมทั้ง ได้ทดลองเป็นผู้ประกาศในสตูดิโอ Money Channel ทำให้เด็กได้รับการปูพื้นฐานที่ดีในเรื่องพฤติกรรมการใช้เงิน และถูกปลูกฝัง นิสัยรักการออมเงินซึ่งเป็นเรื่องสำคัญตั้งแต่เด็ก นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนการดำเนินงานของห้องสมุดชุมชน ร.ร. ศูนย์รวมน้ำใจ เขตคลองเตย เพื่อให้คนในชุมชนมีแหล่งค้นคว้าหาความรู้พัฒนาตนเองผ่านการอ่าน และศึกษาข้อมูลด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง การจัดกิจกรรมของ ร.ร. และชุมชน ในโอกาสต่างๆ เช่น วันผู้สูงอายุ วันแม่ และวันพ่อ เป็นต้น

 

การสนับสนุนโครงการสร้างเสริมศักยภาพแม่พิมพ์ของชาติ เพื่อครูทั่วประเทศ ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่อง 5 ปี (2556-2560) ด้วยเห็นความสำคัญของการพัฒนาครู เนื่องจากครูเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศ และโรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนในชุมชน และสังคม การศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพของสังคม รวมทั้งช่วยให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน จึงได้สนับสนุนสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ดำเนินโครงการสร้างเสริมศักยภาพแม่พิมพ์ของชาติ โดยในปี 2557 จัด 2 รุ่น เชิญครูจากโรงเรียนขนาดเล็ก และ ร.ร. ในโครงการ ร.ร. ในฝัน ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 69 แห่ง รวม 91 คน มาร่วมกิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิต รวมทั้ง ได้มีโอกาสร่วมเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคการศึกษาและเอกชน เพื่อจะได้นำประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ และมีคุณค่าไปพัฒนาการเรียนการสอนต่อไป
นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนมูลนิธิรากแก้วดำเนินโครงการรากแก้ว เพื่อปลูกฝัง และพัฒนานิสิต นักศึกษา ซึ่งเป็นอนาคตของชาติให้เป็นผู้นำที่มีจิตสาธารณะ มีความรับผิดชอบต่อสังคมพร้อมทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติต่อไป ทั้งนี้ มูลนิธิรากแก้วเป็นมูลนิธิในเครือของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ มีพันธกิจในการสนับสนุนส่งเสริมบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ในการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม จิตสำนึก และความรับผิดชอบต่อสังคมให้แก่นิสิต นักศึกษา โดยสนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษานำองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญของคณาจารย์พลัง และสติปัญญาของนิสิต นักศึกษาผนวกกับศาสตร์พระราชา และภูมิปัญญาของชุมชนมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ร่วมกับชุมชนเพื่อให้ชุมชนเข้มแข็งสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืนทำให้สังคม และประเทศชาติมั่นคง
อีกทั้ง การให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุภัยพิบัติ โดยในปี 2554 ซึ่งเกิดเหตุการณ์อุทกภัยครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นหน่วยงานหลักในการริเริ่มรวมพลังหน่วยงานในตลาดทุนจัดตั้งกองทุนรูปแบบร่วมทุน (Matching Fund) ขึ้น ใช้ชื่อกองทุน “ตลาดหุ้นร่วมใจ ช่วยภัยน้ำท่วม”  เพื่อระดมความช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบมหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 ทั้งในด้านการดำรงชีวิต ด้านที่อยู่อาศัย และที่ทำกิน ฯลฯ เพื่อเติมเต็มความช่วยเหลือจากภาครัฐ  สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานของกองทุนคือการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยใน 3 ระยะ ดังนี้

 

1. การช่วยเหลือเยียวยาเฉพาะหน้า กองทุนฯ ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ ทั้งในรูปของการสนับสนุนถุงยังชีพ 30,000 ถุง เรือ และสุขาลอยน้ำให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยผ่านมูลนิธิ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น มูลนิธิชัยพัฒนา ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  ศูนย์ช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมของมูลนิธิชัยพัฒนา โรงเรียนนารายณ์ศึกษา จ.ลพบุรี ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงอุปถัมภ์ หน่วยงานแพทยสภา กำลังพลจาก 4 เหล่าทัพ และสภากาชาดไทย เป็นต้น

 

 

2. การเร่งฟื้นฟูหลังน้ำลด กองทุนฯเร่งฟื้นฟูสถานที่สำคัญ ๆ เช่น สถานศึกษา โดยดำเนินการผ่านโครงการ “คืนโรงเรียนให้ลูกหลาน สานสัมพันธ์ชุมชน เพื่อฟื้นฟูโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยให้สามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้อย่างเป็นปกติโดยเร็วที่สุด และสามารถเป็นศูนย์กลางของชุมชน และเป็นศูนย์พักพิงหากในอนาคตเกิดภัยพิบัติ แก่โรงเรียน 80 แห่ง ในการปลูกสร้างและซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารอเนกประสงค์ สนามเด็กเล่น สนามกีฬา โรงอาหาร ห้องน้ำ รวมทั้ง สนับสนุนสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานให้กับโรงเรียน เช่น โต๊ะเก้าอี้ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เพื่อเสริมทักษะ และอุปกรณ์การเรียน ฯลฯ นอกจากนี้ กองทุน ยังได้สนับสนุนโครงการสำคัญต่าง ๆ อาทิ โครงการ “กล้า…ดี ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ประสบอุทกภัยอย่างยั่งยืน” การซ่อมแซมปรับปรุงสถานีตำรวจที่ได้รับความเสียหายกว่า 16 แห่ง การสนับสนุนงบประมาณการซ่อมแซมบ้านเรือนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร การจัดทำหนังสือคู่มือจัดการบ้านหลังน้ำท่วม และสื่อ Animation วิศวกรอาสา…พากลับบ้าน เป็นต้น

 

 

บ้านที่ได้รับการซ่อมแซม เขตหลักสี่

 

3.การพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว กองทุนได้สร้างฐานการพัฒนาอย่างอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยต่อยอดโครงการ “คืนโรงเรียนให้ลูกหลาน สานสัมพันธ์ชุมชน” ด้วยการสร้างอาชีพให้ผู้ปกครอง ชุมชนในพื้นที่ให้สามารถหาเลี้ยงครอบครัวได้ในระยะยาวและมีทางเลือกในการประกอบอาชีพอื่นหรือหารายได้เสริมยามประสบอุทกภัยหรือในช่วงฟื้นฟู ทั้งนิ้ โครงการคืนโรงเรียนฯ จะยังคงดำเนินการต่อไป โดยเน้นการปลูกฝังการมีจิตอาสาช่วยเหลือสังคมให้กับพนักงานของหน่วยงานต่างๆ ในตลาดทุนด้วยการมอบหมายให้ดูแลโรงเรียน ทั้ง 60 แห่งอย่างใกล้ชิด อาทิ การเตรียมแผนงานเพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมการเรียนการสอน เพิ่มศักยภาพแก่เยาวชนในพื้นที่ นอกจากนี้ กองทุนฯ ยังได้พัฒนาครูผ่านโครงการสร้างเสริมศักยภาพแม่พิมพ์ของชาติ เพื่อให้ครูสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับประยุกต์ใช้ในกิจกรรรมการเรียนการสอน และต่อยอดการพัฒนาด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชน รวมทั้ง เพื่อให้เกิดเครือข่ายความสัมพันธ์ของคณะครูที่เข้าร่วมโครงการภายหลังจบโครงการฯ และโครงการเยาวชนคนดีอนาคตชาติไทย สำหรับด้านการป้องกันการเกิดน้ำท่วมในระยะยาวนั้น กองทุนได้สนับสนุนงบประมาณแก่กระทรวงการคลังดำเนินโครงการร่วมแรงไทยรักษาน้ำใสทุกคูคลอง โดยชุมชนมีส่วนร่วมดูแล คูคลอง จำนวนทั้งสิ้น 277 คลอง นับเป็นการแสดงพลังความช่วยเหลือสังคมไทยครั้งสำคัญของหน่วยงานในตลาดทุนไทย

 

      สำหรับในปี 2557 ที่ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด ขนาด 6.3 ริกเตอร์ เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2557 เป็นผลให้หน่วยงาน ทั้ง ภาครัฐ และเอกชน วัด สถานศึกษา รวมทั้งบ้านเรือนประชาชน ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสถานศึกษาหลายแห่งอาคารเรียนได้รับความเสียหายจนไม่สามารถใช้การได้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงได้ให้ความช่วยเหลือโดยมอบอาคารอเนกประสงค์เพื่อการเรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อให้ความรู้เรื่องการออมเงิน และบริหารการเงินส่วนบุคคล รวมทั้ง โต๊ะปิงปอง และอุปกรณ์กีฬาให้แก่ ร.ร. 6 แห่ง ใน อ.พาน และอ.แม่ลาว จ.เชียงราย ได้แก่ ร.ร. ร่องธารวิทยา ร.ร. ธารทองวิทยาร.ร. เจริญเมืองวิทยา ร.ร.สันกลางวิทยาร.ร.บ้านดงมะดะ และ ร.ร.โป่งแพร่วิทยา เพื่อส่งเสริมการเรียน และกีฬาแก่เยาวชน ซึ่งถือว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อพัฒนาการด้านการเรียนรู้ของเยาวชน

      ตลาดหลักทรัพย์ฯ เชื่อมั่นว่าการเป็นต้นแบบของการส่งเสริมสังคมให้มุ่งทำความดีเพื่อประโยชน์ส่วนรวม จะขับเคลื่อนและยกระดับสังคมไทยให้พัฒนาและก้าวหน้าในทุกด้านอย่างยั่งยืนและมั่นคงต่อเนื่อง และเป็นพลังที่ส่งเสริมให้องค์กรต่างๆ ทุกภาคส่วนได้ตระหนักและเห็นความสำคัญในการร่วมมือร่วมใจผลักดันการทำงานเพื่อสร้างคนดีให้สังคมไทย

 

จักรยานเพื่อชีวิต

จักรยานเป็นยานพาหนะที่มนุษย์สร้างขึ้นและขับเคลื่อนด้วยกำลังแรงกายของมนุษย์ทำให้สามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า

เดินทางไปตามที่ต่างๆได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เป็นพาหนะที่สามารถใช้ได้ดี ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต (1-2-3) เพราะว่าจักรยานเป็นยานพาหนะชนิดเดียวที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะกับโลก เช่น ไม่ทำให้โลกร้อน อนุรักษ์ธรรมชาติ ไม่มีเสียงดัง ช่วยประหยัดพลังงาน และเป็นวัฒนธรรมของหลายๆ ประเทศที่ยังใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน การปั่นจักรยานทำให้มีสุขภาพดี โดยรวมนอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเงินเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลเป็นต้น และเป็นพาหนะชิ้นเดียวที่มนุษย์สามารถใช้มันได้ตลอดชีวิตในโลกใบนี้
 
การขี่จักรยานให้ประโยชน์หลากหลายดังนี้


ด้านสุขภาพ
ย้อนกลับไปในอดีตผู้เขียนสมัยเป็นเด็กๆจะเป็นคนขี้โรคมาก เรียกว่า 3 วันดี 4 วันไข้ ทำให้ต้องหาวิธีออกกำลังกายทำให้มีสุขภาพดีขึ้น ก็ได้จากการขี่จักรยานเล่นนี่ล่ะครับทำให้สุขภาพผมแข็งแรงขึ้นและดีขึ้นทุกวัน จนวันหนึ่งผมสามารถแข่งกีฬาจักรยานได้ และได้รับชัยชนะในการแข่งขัน เพราะผมมีสุขภาพที่ดีกว่านักกีฬาคนอื่นๆ กล่าวคือ มีความเร็วที่มากกว่า มีความแข็งแรงมากกว่า และมีสมรรถภาพร่างกายที่สูงกว่า เป็นต้น
 
ด้านสังคม
จักรยานทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ในโลกใบนี้น่ารื่นรมย์ยิ่งขึ้น ได้รู้ได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น เป็นการเพิ่มประสบการณ์ให้กับตนเอง เพราะจักรยานทำให้ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปในทุกพื้นที่ที่อยากจะไปทั้งในและนอกประเทศ ได้มีโอกาสเรียนรู้ สังคมและวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ มีเพื่อนนักจักรยานที่เป็นชาวต่างชาติมากมาย ทำให้มีสังคมที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะสังคมของผู้ที่ชอบขี่จักรยานด้วยกันได้รู้จักกันและเป็นเพื่อนกันในที่สุด สังคมของคนรักการขี่จักรยานจะเต็มเปี่ยมไปด้วยมิตรไมตรี ถ้าคุณขี่จักรยานคุณคือเพื่อนเรา ทุกๆเช้าเมื่อข้าพเจ้าออกไปขี่จักรยาน จะได้รับการทักทายจากผู้ขี่จักรยานด้วยกันโดยตลอด เช่น การโบกมือ หรือดีดกระดิ่ง “กริ๊งๆ” เป็นต้น
 
ด้านอารมณ์
เมื่อใดที่คุณออกไปปั่นจักรยานในระยะเวลาหนึ่งที่นานพอสมควร ร่างกายจะขับสารแห่งความสุขชื่อ “เอ็นโดฟิน”ออกมา ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นแจ่มใส สนุกสนาน และมีความสุข ขณะเดียวกันถ้าร่างกายมีความเครียดจะขับสารแห่งความทุกข์ออกมาชื่อ”อินซูลิน” แต่การปั่นจักรยานที่มีความหนัก (Intensity) ความนาน (Duration) และความบ่อย (Frequency) เพียงพอจะช่วยทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปรงไปในทางที่ดีขึ้น (Training Effect) ทำให้ร่างกายและจิตใจหายเครียดได้อย่างดี ส่งผลทำให้ร่างกายและจิตใจรู้สึกปลอดโปร่งขึ้น
 
ด้านสติปัญญา
การขี่จักรยานช่วยทำให้การตัดสินใจดีขึ้น รวดเร็วขึ้น สามารถเลือกเส้นทางขี่ที่ปลอดภัย โดยเฉพาะถ้าเป็นการแข่งขันสมองจะถูกใช้งานและสั่งการตลอดเวลาเพื่อให้ได้เปรียบคู่แข่งขัน เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ที่สำคัญการทำงานของสมองและร่างกายจะสัมพันธ์กันตลอดเวลา
 
ด้านกีฬา
ผู้เขียนเป็นแชมป์จักรยานกีฬาแห่งชาติครั้งที่.6 จังหวัดราชบุรี (เหรียญทองแรกของจังหวัดจันทบุรี) และติดทีมชาติตั้งแต่ปี 2517-2521 รวมเวลา 5 ปีโดยมีรายละเอียดดังนี้
ปี พ.ศ. 2517 ติดทีมชาติไทยชุดเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 7 ที่ประเทศอิหร่าน
ปี พ.ศ. 2518 ติดทีมชาติไทยชุดกีฬาแหลมทองครั้งที่ 8
ปี พ.ศ. 2519 ติดทีมชาติไทยชุดกีฬาโอลิมปิกเกมส์
“มอลทรีล ประเทศแคนาดา”
ปี พ.ศ. 2520 ติดทีมชาติไทยชุดกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 8
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
ปี พ.ศ. 2521 ติดทีมชาติไทยชุดชุดกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 9
ประเทศมาเลเซีย นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ “โค้ชจักรยานทีมชาติไทย”
ปี พ.ศ. 2535 โค้ชจักรยานทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 15 ประเทศมาเลเซีย
ปี พ.ศ. 2537 โค้ชจักรยานทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 16 ประเทศฟิลิปปินส์
 
สรุปว่าจักรยานให้ชีวิตและสุขภาพที่ดีแก่ข้าพเจ้า การได้ขี่มันทุกวันทำให้ชีวิตเหมือนกับการเอาเงินไปฝากธนาคารโดยไม่ถอนออกมาใช้เงินก็จะมากๆขึ้นทุกๆวัน แรงกายที่เราปั่นจักรยานทุกเช้าหรือเย็นก็เหมือนกันมันจะกลับมาสะสมในร่างกายของเราทำให้เราเป็นบุคคลที่มีสุขภาพแข็งแรงๆขึ้น  ทั้งร่างกายและจิตใจ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ “ชีวิตของเราใช้ซะ” ผู้เขียนเชื่อว่าคนที่ปั่นจักรยานทุกๆวันจะค้นพบความจริงจากจักรยานมากขึ้น ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อตนเองและสังคมทั้งนั้นรู้อย่างนี้แล้ว “วันนี้คุณปั่นจักรยานหรือยัง” ส่วนผู้เขียนเริ่มปั่นจักรยานตั้งแต่ปี 2513 จนถึงปัจจุบันเพราะจักรยานมันคือชีวิต ครับ
“สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องปั่นเอาเอง”
“Be Smart get cycling”