คลังเก็บหมวดหมู่: การพนัน

ด้านกีฬาและสังคม

ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดให้การส่งเสริมกีฬาเป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งให้การสนับสนุน เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนเกิดความตื่นตัว และหันมาสนใจเล่นกีฬามากขึ้น นับเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และส่งเสริมสุขภาพกายและใจ ลดปัญหาการพึ่งพายาเสพติด และปัญหาสังคมต่าง ๆ รวมทั้ง สนับสนุนเยาวชนที่มีความสามารถด้านกีฬาให้ก้าวสู่การแข่งขันระดับนานาชาติอีกด้วย อาทิ การสนับสนุนสมาคมเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทยดำเนินโครงการ SET Star Junior Table Tennis ในการพัฒนากีฬาเทเบิลเทนนิสในประเทศไทยในปี 2557 โดยมีเป้าหมายในการเฟ้นหาเยาวชนที่มีพรสวรรค์จากทุกภูมิภาคนำมาฝึกฝน และพัฒนาให้ก้าวสู่การแข่งขันในระดับโลกผ่านการทำงาน 4 ด้าน คือ

 

1. การขยายฐาน โดยจัดการแข่งขันกระจายออกทั่วทุกภูมิภาค เพื่อขยายฐานคนเล่น และสรรหา
นักกีฬาช้างเผือก

2. การคัดนักกีฬาพรสวรรค์ เพื่อนำนักกีฬามาฝึกเป็นโครงการพิเศษเป็นการเฉพาะตัว เช่น การส่ง นักกีฬาไปฝึกซ้อมต่างประเทศ การขอรับทุนจากสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ การส่งนักกีฬา
เยาวชนไปอยู่กับสโมสรในต่างประเทศ ฯลฯ

3. การจัดการแข่งขันนานาชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนภายในประเทศมีโอกาสสัมผัสและร่วม
แข่งขันกับนานาชาติ เพื่อยกระดับฝีมือ

4. การส่งนักกีฬาไปแข่งขันทำ Ranking เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย TOP 10 ของโลก ภายใน 4 ปี

 

สำหรับการพัฒนาสังคมและส่งเสริมการเรียนรู้นั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งส่งเสริมความรู้ด้านการบริหารการเงินส่วนบุคคล การออม และการลงทุนให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยตระหนักว่าเป็นภารกิจที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องดำเนินการเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้แก่เด็ก และเยาวชนที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีพื้นฐานทางการเงินที่มั่งคงแข็งแรงในอนาคต ขณะเดียวกันการสร้างความตระหนักรู้เรื่องการบริหารการเงินและการออมแก่ผู้ลงทุนประชาชนก็เป็นสิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความสำคัญเพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเงินและการลงทุนได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้ประชาชนมีสุขภาพทางการเงินและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน เช่น โครงการเงินทองต้องวางแผน โครงการ SET Junior Financial Club (SET JFC) โครงการแข่งขันเศรษฐศาสตร์เพชรยอดมงกุฎ : เงินทอง ของมีค่า และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และโครงการปัจฉิมนิเทศ บัณฑิตยุคใหม่ ใส่ใจการเงิน

 

การสร้าง Community relation แก่ ร.ร. และชุมชนใกล้อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยสร้างสรรค์และพัฒนาศักยภาพของคนในชุมชนที่อยู่โดยรอบอาคารสำนักงานของตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้านต่างๆ ทั้ง การส่งเสริมการเรียนรู้ การบริหารจัดการทางการเงิน การออมเงิน เพื่อให้คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนมีการพัฒนาคู่กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน เช่น เชิญมาร่วมงานวันเด็กที่ตลาดหุ้น ตอน SET อาณาจักรตะลุยฝัน ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องการออม และอาชีพในฝันผ่านสถานีทำงานจำลอง และได้เยี่ยมชมห้องทำงานผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ และห้องสมุดมารวย รวมทั้ง ได้ทดลองเป็นผู้ประกาศในสตูดิโอ Money Channel ทำให้เด็กได้รับการปูพื้นฐานที่ดีในเรื่องพฤติกรรมการใช้เงิน และถูกปลูกฝัง นิสัยรักการออมเงินซึ่งเป็นเรื่องสำคัญตั้งแต่เด็ก นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนการดำเนินงานของห้องสมุดชุมชน ร.ร. ศูนย์รวมน้ำใจ เขตคลองเตย เพื่อให้คนในชุมชนมีแหล่งค้นคว้าหาความรู้พัฒนาตนเองผ่านการอ่าน และศึกษาข้อมูลด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง การจัดกิจกรรมของ ร.ร. และชุมชน ในโอกาสต่างๆ เช่น วันผู้สูงอายุ วันแม่ และวันพ่อ เป็นต้น

 

การสนับสนุนโครงการสร้างเสริมศักยภาพแม่พิมพ์ของชาติ เพื่อครูทั่วประเทศ ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่อง 5 ปี (2556-2560) ด้วยเห็นความสำคัญของการพัฒนาครู เนื่องจากครูเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศ และโรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนในชุมชน และสังคม การศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพของสังคม รวมทั้งช่วยให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน จึงได้สนับสนุนสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ดำเนินโครงการสร้างเสริมศักยภาพแม่พิมพ์ของชาติ โดยในปี 2557 จัด 2 รุ่น เชิญครูจากโรงเรียนขนาดเล็ก และ ร.ร. ในโครงการ ร.ร. ในฝัน ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 69 แห่ง รวม 91 คน มาร่วมกิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิต รวมทั้ง ได้มีโอกาสร่วมเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคการศึกษาและเอกชน เพื่อจะได้นำประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ และมีคุณค่าไปพัฒนาการเรียนการสอนต่อไป
นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนมูลนิธิรากแก้วดำเนินโครงการรากแก้ว เพื่อปลูกฝัง และพัฒนานิสิต นักศึกษา ซึ่งเป็นอนาคตของชาติให้เป็นผู้นำที่มีจิตสาธารณะ มีความรับผิดชอบต่อสังคมพร้อมทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติต่อไป ทั้งนี้ มูลนิธิรากแก้วเป็นมูลนิธิในเครือของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ มีพันธกิจในการสนับสนุนส่งเสริมบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ในการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม จิตสำนึก และความรับผิดชอบต่อสังคมให้แก่นิสิต นักศึกษา โดยสนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษานำองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญของคณาจารย์พลัง และสติปัญญาของนิสิต นักศึกษาผนวกกับศาสตร์พระราชา และภูมิปัญญาของชุมชนมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ร่วมกับชุมชนเพื่อให้ชุมชนเข้มแข็งสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืนทำให้สังคม และประเทศชาติมั่นคง
อีกทั้ง การให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุภัยพิบัติ โดยในปี 2554 ซึ่งเกิดเหตุการณ์อุทกภัยครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นหน่วยงานหลักในการริเริ่มรวมพลังหน่วยงานในตลาดทุนจัดตั้งกองทุนรูปแบบร่วมทุน (Matching Fund) ขึ้น ใช้ชื่อกองทุน “ตลาดหุ้นร่วมใจ ช่วยภัยน้ำท่วม”  เพื่อระดมความช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบมหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 ทั้งในด้านการดำรงชีวิต ด้านที่อยู่อาศัย และที่ทำกิน ฯลฯ เพื่อเติมเต็มความช่วยเหลือจากภาครัฐ  สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานของกองทุนคือการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยใน 3 ระยะ ดังนี้

 

1. การช่วยเหลือเยียวยาเฉพาะหน้า กองทุนฯ ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ ทั้งในรูปของการสนับสนุนถุงยังชีพ 30,000 ถุง เรือ และสุขาลอยน้ำให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยผ่านมูลนิธิ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น มูลนิธิชัยพัฒนา ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  ศูนย์ช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมของมูลนิธิชัยพัฒนา โรงเรียนนารายณ์ศึกษา จ.ลพบุรี ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงอุปถัมภ์ หน่วยงานแพทยสภา กำลังพลจาก 4 เหล่าทัพ และสภากาชาดไทย เป็นต้น

 

 

2. การเร่งฟื้นฟูหลังน้ำลด กองทุนฯเร่งฟื้นฟูสถานที่สำคัญ ๆ เช่น สถานศึกษา โดยดำเนินการผ่านโครงการ “คืนโรงเรียนให้ลูกหลาน สานสัมพันธ์ชุมชน เพื่อฟื้นฟูโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยให้สามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้อย่างเป็นปกติโดยเร็วที่สุด และสามารถเป็นศูนย์กลางของชุมชน และเป็นศูนย์พักพิงหากในอนาคตเกิดภัยพิบัติ แก่โรงเรียน 80 แห่ง ในการปลูกสร้างและซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารอเนกประสงค์ สนามเด็กเล่น สนามกีฬา โรงอาหาร ห้องน้ำ รวมทั้ง สนับสนุนสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานให้กับโรงเรียน เช่น โต๊ะเก้าอี้ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เพื่อเสริมทักษะ และอุปกรณ์การเรียน ฯลฯ นอกจากนี้ กองทุน ยังได้สนับสนุนโครงการสำคัญต่าง ๆ อาทิ โครงการ “กล้า…ดี ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ประสบอุทกภัยอย่างยั่งยืน” การซ่อมแซมปรับปรุงสถานีตำรวจที่ได้รับความเสียหายกว่า 16 แห่ง การสนับสนุนงบประมาณการซ่อมแซมบ้านเรือนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร การจัดทำหนังสือคู่มือจัดการบ้านหลังน้ำท่วม และสื่อ Animation วิศวกรอาสา…พากลับบ้าน เป็นต้น

 

 

บ้านที่ได้รับการซ่อมแซม เขตหลักสี่

 

3.การพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว กองทุนได้สร้างฐานการพัฒนาอย่างอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยต่อยอดโครงการ “คืนโรงเรียนให้ลูกหลาน สานสัมพันธ์ชุมชน” ด้วยการสร้างอาชีพให้ผู้ปกครอง ชุมชนในพื้นที่ให้สามารถหาเลี้ยงครอบครัวได้ในระยะยาวและมีทางเลือกในการประกอบอาชีพอื่นหรือหารายได้เสริมยามประสบอุทกภัยหรือในช่วงฟื้นฟู ทั้งนิ้ โครงการคืนโรงเรียนฯ จะยังคงดำเนินการต่อไป โดยเน้นการปลูกฝังการมีจิตอาสาช่วยเหลือสังคมให้กับพนักงานของหน่วยงานต่างๆ ในตลาดทุนด้วยการมอบหมายให้ดูแลโรงเรียน ทั้ง 60 แห่งอย่างใกล้ชิด อาทิ การเตรียมแผนงานเพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมการเรียนการสอน เพิ่มศักยภาพแก่เยาวชนในพื้นที่ นอกจากนี้ กองทุนฯ ยังได้พัฒนาครูผ่านโครงการสร้างเสริมศักยภาพแม่พิมพ์ของชาติ เพื่อให้ครูสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับประยุกต์ใช้ในกิจกรรรมการเรียนการสอน และต่อยอดการพัฒนาด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชน รวมทั้ง เพื่อให้เกิดเครือข่ายความสัมพันธ์ของคณะครูที่เข้าร่วมโครงการภายหลังจบโครงการฯ และโครงการเยาวชนคนดีอนาคตชาติไทย สำหรับด้านการป้องกันการเกิดน้ำท่วมในระยะยาวนั้น กองทุนได้สนับสนุนงบประมาณแก่กระทรวงการคลังดำเนินโครงการร่วมแรงไทยรักษาน้ำใสทุกคูคลอง โดยชุมชนมีส่วนร่วมดูแล คูคลอง จำนวนทั้งสิ้น 277 คลอง นับเป็นการแสดงพลังความช่วยเหลือสังคมไทยครั้งสำคัญของหน่วยงานในตลาดทุนไทย

 

      สำหรับในปี 2557 ที่ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด ขนาด 6.3 ริกเตอร์ เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2557 เป็นผลให้หน่วยงาน ทั้ง ภาครัฐ และเอกชน วัด สถานศึกษา รวมทั้งบ้านเรือนประชาชน ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสถานศึกษาหลายแห่งอาคารเรียนได้รับความเสียหายจนไม่สามารถใช้การได้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงได้ให้ความช่วยเหลือโดยมอบอาคารอเนกประสงค์เพื่อการเรียนรู้ สื่อสิ่งพิมพ์ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อให้ความรู้เรื่องการออมเงิน และบริหารการเงินส่วนบุคคล รวมทั้ง โต๊ะปิงปอง และอุปกรณ์กีฬาให้แก่ ร.ร. 6 แห่ง ใน อ.พาน และอ.แม่ลาว จ.เชียงราย ได้แก่ ร.ร. ร่องธารวิทยา ร.ร. ธารทองวิทยาร.ร. เจริญเมืองวิทยา ร.ร.สันกลางวิทยาร.ร.บ้านดงมะดะ และ ร.ร.โป่งแพร่วิทยา เพื่อส่งเสริมการเรียน และกีฬาแก่เยาวชน ซึ่งถือว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อพัฒนาการด้านการเรียนรู้ของเยาวชน

      ตลาดหลักทรัพย์ฯ เชื่อมั่นว่าการเป็นต้นแบบของการส่งเสริมสังคมให้มุ่งทำความดีเพื่อประโยชน์ส่วนรวม จะขับเคลื่อนและยกระดับสังคมไทยให้พัฒนาและก้าวหน้าในทุกด้านอย่างยั่งยืนและมั่นคงต่อเนื่อง และเป็นพลังที่ส่งเสริมให้องค์กรต่างๆ ทุกภาคส่วนได้ตระหนักและเห็นความสำคัญในการร่วมมือร่วมใจผลักดันการทำงานเพื่อสร้างคนดีให้สังคมไทย

 

จักรยานเพื่อชีวิต

จักรยานเป็นยานพาหนะที่มนุษย์สร้างขึ้นและขับเคลื่อนด้วยกำลังแรงกายของมนุษย์ทำให้สามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า

เดินทางไปตามที่ต่างๆได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เป็นพาหนะที่สามารถใช้ได้ดี ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต (1-2-3) เพราะว่าจักรยานเป็นยานพาหนะชนิดเดียวที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะกับโลก เช่น ไม่ทำให้โลกร้อน อนุรักษ์ธรรมชาติ ไม่มีเสียงดัง ช่วยประหยัดพลังงาน และเป็นวัฒนธรรมของหลายๆ ประเทศที่ยังใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน การปั่นจักรยานทำให้มีสุขภาพดี โดยรวมนอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเงินเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลเป็นต้น และเป็นพาหนะชิ้นเดียวที่มนุษย์สามารถใช้มันได้ตลอดชีวิตในโลกใบนี้
 
การขี่จักรยานให้ประโยชน์หลากหลายดังนี้


ด้านสุขภาพ
ย้อนกลับไปในอดีตผู้เขียนสมัยเป็นเด็กๆจะเป็นคนขี้โรคมาก เรียกว่า 3 วันดี 4 วันไข้ ทำให้ต้องหาวิธีออกกำลังกายทำให้มีสุขภาพดีขึ้น ก็ได้จากการขี่จักรยานเล่นนี่ล่ะครับทำให้สุขภาพผมแข็งแรงขึ้นและดีขึ้นทุกวัน จนวันหนึ่งผมสามารถแข่งกีฬาจักรยานได้ และได้รับชัยชนะในการแข่งขัน เพราะผมมีสุขภาพที่ดีกว่านักกีฬาคนอื่นๆ กล่าวคือ มีความเร็วที่มากกว่า มีความแข็งแรงมากกว่า และมีสมรรถภาพร่างกายที่สูงกว่า เป็นต้น
 
ด้านสังคม
จักรยานทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ในโลกใบนี้น่ารื่นรมย์ยิ่งขึ้น ได้รู้ได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น เป็นการเพิ่มประสบการณ์ให้กับตนเอง เพราะจักรยานทำให้ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปในทุกพื้นที่ที่อยากจะไปทั้งในและนอกประเทศ ได้มีโอกาสเรียนรู้ สังคมและวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ มีเพื่อนนักจักรยานที่เป็นชาวต่างชาติมากมาย ทำให้มีสังคมที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะสังคมของผู้ที่ชอบขี่จักรยานด้วยกันได้รู้จักกันและเป็นเพื่อนกันในที่สุด สังคมของคนรักการขี่จักรยานจะเต็มเปี่ยมไปด้วยมิตรไมตรี ถ้าคุณขี่จักรยานคุณคือเพื่อนเรา ทุกๆเช้าเมื่อข้าพเจ้าออกไปขี่จักรยาน จะได้รับการทักทายจากผู้ขี่จักรยานด้วยกันโดยตลอด เช่น การโบกมือ หรือดีดกระดิ่ง “กริ๊งๆ” เป็นต้น
 
ด้านอารมณ์
เมื่อใดที่คุณออกไปปั่นจักรยานในระยะเวลาหนึ่งที่นานพอสมควร ร่างกายจะขับสารแห่งความสุขชื่อ “เอ็นโดฟิน”ออกมา ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นแจ่มใส สนุกสนาน และมีความสุข ขณะเดียวกันถ้าร่างกายมีความเครียดจะขับสารแห่งความทุกข์ออกมาชื่อ”อินซูลิน” แต่การปั่นจักรยานที่มีความหนัก (Intensity) ความนาน (Duration) และความบ่อย (Frequency) เพียงพอจะช่วยทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปรงไปในทางที่ดีขึ้น (Training Effect) ทำให้ร่างกายและจิตใจหายเครียดได้อย่างดี ส่งผลทำให้ร่างกายและจิตใจรู้สึกปลอดโปร่งขึ้น
 
ด้านสติปัญญา
การขี่จักรยานช่วยทำให้การตัดสินใจดีขึ้น รวดเร็วขึ้น สามารถเลือกเส้นทางขี่ที่ปลอดภัย โดยเฉพาะถ้าเป็นการแข่งขันสมองจะถูกใช้งานและสั่งการตลอดเวลาเพื่อให้ได้เปรียบคู่แข่งขัน เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ที่สำคัญการทำงานของสมองและร่างกายจะสัมพันธ์กันตลอดเวลา
 
ด้านกีฬา
ผู้เขียนเป็นแชมป์จักรยานกีฬาแห่งชาติครั้งที่.6 จังหวัดราชบุรี (เหรียญทองแรกของจังหวัดจันทบุรี) และติดทีมชาติตั้งแต่ปี 2517-2521 รวมเวลา 5 ปีโดยมีรายละเอียดดังนี้
ปี พ.ศ. 2517 ติดทีมชาติไทยชุดเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 7 ที่ประเทศอิหร่าน
ปี พ.ศ. 2518 ติดทีมชาติไทยชุดกีฬาแหลมทองครั้งที่ 8
ปี พ.ศ. 2519 ติดทีมชาติไทยชุดกีฬาโอลิมปิกเกมส์
“มอลทรีล ประเทศแคนาดา”
ปี พ.ศ. 2520 ติดทีมชาติไทยชุดกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 8
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
ปี พ.ศ. 2521 ติดทีมชาติไทยชุดชุดกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 9
ประเทศมาเลเซีย นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ “โค้ชจักรยานทีมชาติไทย”
ปี พ.ศ. 2535 โค้ชจักรยานทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 15 ประเทศมาเลเซีย
ปี พ.ศ. 2537 โค้ชจักรยานทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 16 ประเทศฟิลิปปินส์
 
สรุปว่าจักรยานให้ชีวิตและสุขภาพที่ดีแก่ข้าพเจ้า การได้ขี่มันทุกวันทำให้ชีวิตเหมือนกับการเอาเงินไปฝากธนาคารโดยไม่ถอนออกมาใช้เงินก็จะมากๆขึ้นทุกๆวัน แรงกายที่เราปั่นจักรยานทุกเช้าหรือเย็นก็เหมือนกันมันจะกลับมาสะสมในร่างกายของเราทำให้เราเป็นบุคคลที่มีสุขภาพแข็งแรงๆขึ้น  ทั้งร่างกายและจิตใจ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ “ชีวิตของเราใช้ซะ” ผู้เขียนเชื่อว่าคนที่ปั่นจักรยานทุกๆวันจะค้นพบความจริงจากจักรยานมากขึ้น ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อตนเองและสังคมทั้งนั้นรู้อย่างนี้แล้ว “วันนี้คุณปั่นจักรยานหรือยัง” ส่วนผู้เขียนเริ่มปั่นจักรยานตั้งแต่ปี 2513 จนถึงปัจจุบันเพราะจักรยานมันคือชีวิต ครับ
“สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องปั่นเอาเอง”
“Be Smart get cycling”